วารสาร ปี 2559 ฉบับที่ 2

สารจากคณบดี

           มุ่งมั่นที่จะออกวารสารอย่างต่อเนื่องและคงความมีคุณภาพ และเป็นที่น่ายินดีที่มีนักวิจัย/นักวิชาการ สนับสนุนการส่งผลงานมาลงในวารสารอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จึงขอขอบคุณที่ให้การสนับสนุนมา ณ โอกาสนี้ และขอเชิญชวนนักวิชาการ/นักวิจัยส่งผลงานมาลงที่วารสาร

            การเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษา ต้องมีการพัฒนาทางวิชาการโดยเฉพาะการเขียนบทความทางวิชาการ ผลงานทางวิชาการหรืองานวิจัย เป็นความก้าวหน้าทางวิชาการที่นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาต้องศึกษาและเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และการนำผลงานที่ศึกษาเผยแพร่สู่สาธารณชนเพื่อเพิ่มคุณค่า/ประโยชน์ให้กว้างขวางมากขึ้น จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านได้ผลิตผลงานทางวิชาการ/งานวิจัยเพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนางานวิชาการให้ก้าวไกล
           ผลงานทางวิชาการเป็นมรดกทางปัญญา ที่จะคงอยู่ตลอดไป ซึ่งเคยประทับใจงานพระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ที่ว่า

          จบกลอนเกลาพากย์อ้าง          อภิปราย
เถลิงเกียรติราชบรรยาย                     ยศไท้
เฉกนพรัตน์ตังวาย                               วิจิตรแจก ไว้นา
เสนอหมู่เมธาให้                                  อ่านเอื้อนเตือนเกษม

                นับเป็นมรดกทางปัญญาที่คงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบันและเป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรปฏิบัติสืบต่อไปขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินการ กรรมการประเมินอิสระ และ  กองบรรณาธิการ ที่มุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินการจัดทำวารสาร และขอเป็นกำลังใจให้ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย คือ เข้าสู่ฐาน TCI กลุ่ม 1 ต่อไป

บทบรรณาธิการ         

           วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยมุ่งเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนเผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการของนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ โดยกองบรรณาธิการได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับคุณภาพและมาตรฐานในการจัดทำวารสาร เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนาวารสารให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

            วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์เป็นวารสารที่มีระบบ Peer Review มีบทความวิชาการที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ดังมีชื่อปรากฏในสารบัญ โดยภาพรวมบทความวิชาการในฉบับนี้ เป็นผลงานของ นักวิชาการ อาจารย์ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยบทความ รวม 10 บทความ ทั้ง 10 บทความเป็นบทความที่มีความหลากหลายทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ทั้งด้านกฎหมาย การเมืองการปกครอง ภาษาและเทคโนโลยี ซึ่งนับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาค้นคว้าในวงการวิชาการ

             ผู้ประสงค์ส่งบทความลงตีพิมพ์ หากบทความที่ท่านส่งมีคุณภาพ ถูกต้องตามระเบียบวิธีการศึกษา และเป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ทางกองบรรณาธิการยินดีอย่างยิ่งในการรับพิจารณา เนื่องจากบทความเหล่านี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า

             ทั้งนี้ความสำเร็จของวารสารมนุษยสังคมปริทัศน์ เป็นผลมาจากผู้บริหารและอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี                  ผู้ประเมินบทความจากภายในและภายนอก ผู้ส่งบทความเข้ารับการประเมิน รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือจนกระทั่งวารสารฯ ฉบับนี้สำเร็จเป็นอย่างดี

            สุดท้าย กองบรรณาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวารสารฯ ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการนำเสนอบทความทางวิชาการ และยังคงได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างดียิ่งเช่นนี้ต่อไป

สารบัญ

การมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้ชุมชน : กรณีเขื่อนไผ่ชะลอคลื่น ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล จังหวัดสมุทรสาคร
ศศิภา ปัญญาวัฒนาสกุล และคณะ

บทคัดย่อ

การศึกษาการมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้ชุมชนในการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งโดยวิธีเขื่อนไผ่ชะลอคลื่น มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชน 2) ศึกษาการจัดการความรู้ชุมชน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของชุมชนกับการจัดการความรู้ชุมชน และ 4) แสวงหาตัวแบบการจัดการความรู้ชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่ง ประชากรในการศึกษาวิจัย คือ กลุ่มผู้นำและสมาชิกในพื้นที่ชายฝั่งทะเล 8 ตำบลของจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และองค์กรเอกชน การวิจัยเชิงปริมาณมีกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาจำนวน 919 ชุด  ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าคาโนนิคอลและตัวแบบเส้นทางความสัมพันธ์

     ผลการวิเคราะห์พบว่า 1) การมีส่วนร่วมของชุมชนมีการดำเนินการด้านการร่วมสร้างความร่วมมือ การร่วมวิพากษ์วิจารณ์ การร่วมตัดสินใจ การร่วมดำเนินการ และการร่วมติดตามประเมินผล อยู่ในระดับปานกลาง (  = 2.78, 2.70, 2.69, 2.66, 2.63) 2) การจัดการความรู้ชุมชนมีการดำเนินการด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน การมีคลังความรู้ร่วมกัน การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และการนำการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน อยู่ในระดับปานกลาง (  = 2.78, 2.73, 2.70, 2.72) 3) การมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลกับการจัดการความรู้ชุมชนมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงมาก (r=0.95) 4) ตัวแบบการจัดการ

ความรู้ชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ต้องให้ความสำคัญกับด้านการร่วมตัดสินใจ และด้านการร่วมสร้างความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การจัดการความรู้ชุมชน โดยมุ่งเน้นด้านการนำการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน และด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน โดยการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการตนเองสู่การเป็นองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง

คำสำคัญ:  การมีส่วนร่วม  การจัดการความรู้ เขื่อนไผ่ชะลอคลื่น

Abstract

The purposes of this study were to; 1) study the participation of the community, 2) study the community’s knowledge management, 3) study the relationship between the participation of the community and the community’s knowledge management, and 4) find the model for community’s knowledge management by the community participation for dealing with the coastal erosion problem. Populations of the research were leaders and members of 8 coastal districts, Samut Sakhon Province, government officials and private organizations. The quantitative research approach samples were 919 copies.  The qualitative research approach samples were 20 people. Questionnaires and interviewing were used in collecting data.  Frequency, percentage, average, standard deviation, canonical regression, and path analysis were used in analyzing data.

The results revealed that; 1) the participation of the community was operated in cooperation building, criticizing, decision making, operating, and monitoring and evaluating. These were in medium level. (x = 2.78, 2.70, 2.69, 2.66, 2.63), 2) the community’s knowledge management was operated in knowledge sharing, having a think-tank, having a vision, and leading in changing. These were in medium level. (x = 2.78, 2.73, 2.70, 2.72), 3) the relationship between the participation of the coastal community and the community’s knowledge management was in positive way and in the high level (r=09.5), 4) the model for community’s knowledge management by the community participation must emphasize on participation in making decision, cooperation building, towards the community’s knowledge management by emphasizing on leading in changing, having a vision by encouraging and pushing the self- management to be a strong community organization.

Keyword: participation, knowledge management, bamboo embroidery

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การใช้เว็บไซต์สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
อารียา ผิวผาด และประอรนุช โปร่งมณีกุล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการใช้เว็บไซต์สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และ 2) ศึกษาปัญหาการใช้เว็บไซต์สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จำนวน 385 คน สุ่มตัวอย่างแบบสัดส่วนโดยใช้สูตรการคำนวณของทาโร ยามาเน รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนทางเดียว (one–way ANOVA) และหาค่าความแตกต่างรายคู่ตามวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffé test)

ผลการวิจัยพบว่า

  1. นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีส่วนมาก มีวัตถุประสงค์การเข้าใช้เว็บไซต์เพื่อใช้บริการฐานข้อมูลออนไลน์ ซึ่งเข้าใช้เว็บไซต์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งๆ ละ 15 นาที ในช่วงเวลา 12.31 น. – 14.30 น. โดยเข้าใช้เว็บไซต์จากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยวิธีเข้าใช้โดยตรงที่ URL: http://www.lib.pbru.ac.th และใช้สมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์ในการเข้าใช้เว็บไซต์
  2. นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีส่วนมาก ประสบปัญหาการใช้เว็บไซต์สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ในด้านความง่ายในการเข้าใช้งานมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ด้านการออกแบบ และด้านเนื้อหา ตามลำดับ

คำสำคัญ: เว็บไซต์ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ  มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี


Abstract

The purposes of this study were to; 1) study the use of Academic Resources and Information Technology Center’s Website of the undergraduate students of Phetchaburi Rajabhat University, and 2) study problems involving the use of Academic Resources and Information Technology Center’s Website of the undergraduate students of Phetchaburi Rajabhat University. Samples of the study were 385 full-time undergraduate students,  randomly drawn by Yamane’s proportional sampling method. A questionnaire was used for data collecting. Percentage, mean, standard deviation, one-way ANOVA, and Scheffe’ test were used for analyzing data.

The results were as follows:

  1. Most of Phetchaburi Rajabhat University students’ purpose was to use databases online. The accessing was 2-3 times a week, and 15 minutes for each time.
  2. Most of Phetchaburi Rajabhat University students’ highest problem in using Academic Resources and Information Technology Center’s Website was the ease in accessing, followed by the design and the content of website.

Keywords:    website,  academic resources and information technology center,Phetchaburi Rajabhat University

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การเปลี่ยนแปลงของคำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเครือญาติ ในพจนานุกรมไทย 3 สมัย
อนุสรา โครงเซ็น และคณะ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของคำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเครือญาติในด้านจำนวนคำและการสื่อความหมายของคำประสม โดยเก็บข้อมูลจากพจนานุกรมไทย 3 สมัย ผลการศึกษาพบว่า คำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเครือญาติในพจนานุกรมไทยสมัยที่ 1 พบจำนวน 114 คำ สมัยที่ 2 พบจำนวน 124 คำ และสมัยที่ 3 พบจำนวน 267 คำ คำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเครือญาติปรากฏจำนวนเพิ่มขึ้นในพจนานุกรมสมัยที่ 2 และ สมัยที่ 3 ซึ่งคำประสมที่พบมากที่สุดทั้ง 3 สมัย คือ คำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ลูก ด้านความหมายของคำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเครือญาติพบว่า สมัยที่ 1 มี 6 ความหมาย ได้แก่ ความหมายเกี่ยวกับคน อุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ วัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อ พืช ธรรมชาติ และสัตว์ สมัยที่ 2 มี 7 ความหมาย ได้แก่ ความหมายเกี่ยวกับคน อุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ สัตว์ วัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อ ธรรมชาติ พืช และอาหารและยารักษาโรค สมัยที่ 3 มี  8 ความหมาย ได้แก่ ความหมายเกี่ยวกับคน อุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ สัตว์ วัฒนธรรมประเพณีและ  ความเชื่อ ธรรมชาติ พืช อาหารและยารักษาโรค และเวลา โดยพบคำประสมที่มีความหมายเกี่ยวกับคนมากที่สุดทั้ง 3 สมัย ทั้งนี้คำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเครือญาติ ยังคงสื่อความหมายที่สัมพันธ์กับคน
คำสำคัญ:  การเปลี่ยนแปลง   คำประสมที่ขึ้นต้นด้วยคำเครือญาติ

Abstract

This article aimed to study changes of the initial kinship term compound words. Data were collected from 3-period Thai dictionary about the number of words and interpretation meaning of compound words. The result revealed that there were 114 words found in Thai dictionary period, one 124 words found in period two, and 267 words found in period there. The numbers of the initial kinship term compound words were increased in period one and period two. The most compound words found in three periods were the initial compound words with “LUKE”. The meaning of the initial kinship term compound words found in period one had 6 meanings such as meaning about person, equipment, culture and belief, natural, and animal. The compound words found in period two had 7 meanings such as meaning about person, equipment, animal, culture and belief, natural, plant, food and medicine. The compound words found in period three had 8 meanings such as meaning about person, equipment, animal, culture and belief, natural, plant, food and medicine, and time. The results showed that the most found meanings of compound words in 3 – period Thai dictionary meaning about person. The initial kinship term compound words had the meaning related to human.

 Keywords:  changes, initial kinship term, compound word



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การบังคับใช้กฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรี กรณีศึกษาในเขตอำเภอเมืองและอำเภอชะอำ 
รัฐ กันภัย

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และ 2) การบังคับใช้กฎหมายที่ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น ด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ประชาชนในเขตอำเภอเมืองและอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 399 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 12 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาในเขตอำเภอเมือง และอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พบว่าประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับด้านความทับซ้อนของหน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบ ด้านการท่องเที่ยวมากที่สุด อยู่ในระดับปานกลาง รองลงมาคือ ด้านช่องว่างของกฎหมาย และด้านขอบเขตของการใช้กฎหมาย
  2. การบังคับใช้กฎหมายที่ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาในเขตอำเภอเมือง และอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ ด้านความชัดเจนและพื้นฐานของกฎหมาย ด้านความทับซ้อนของหน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยว ด้านขอบเขตของการใช้กฎหมาย และด้านช่องว่างของกฎหมาย

จากการวิจัยนี้ พบว่า กฎหมายทุกฉบับมีความสำคัญในการบังคับใช้กับผู้ประกอบการหรือนักท่องเที่ยวและมีผลต่อการพัฒนาหรือการดูแลสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างยิ่ง

คำสำคัญ: การบังคับใช้กฎหมาย  พัฒนาการท่องเที่ยว

Abstract
The purposes of this research were to study 1) comments on tourism law that are enforced on local administration, and 2) the law enforcement that affected tourism development. This research were the mixed  method. The samples were 399 people who live in Mueang district and Cha-am district of Phetchaburi province. The research tool was a questionnaire, In-depth Interview and the statistic used in this research were mean, standard deviation, stepwise multiple regression and Content Analysis.

The results of this study were as follow:

  1. In terms of law used for tourism in Mueang district and Cha-am district of Phetchaburi province, people thought that there is an overlap between tourism organizations at midium level, the inferior thought was the gap in law, and especially the limit of law enforcement.
  2. The law enforcement directly affected local tourism development in Mueang district and Cha-am district of Phetchaburi province, such as clearity and basic of law, an overlap between tourism organizations, especially the limit of law enforcement, and the gap in law.

From the result of this study, it was also found that all kinds of laws were important among tourism suppliers and tourists. It was also important for tourist attraction improvements in both natural and man-made tourist attractions.

Keywords: law enforcement, tourism development

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การพัฒนาประชาธิปไตยโดยใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วมและการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ศุภชัย คมขำ และวรภูริ มูลสิน

บทคัดย่อ

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นที่มีต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วม             ความเข้มแข็งของชุมชน และการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชน ของผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วม และการสร้าง         ความเข้มแข็งให้กับชุมชน กับการพัฒนาประชาธิปไตย ตามความคิดเห็นของผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 3) หาแนวทางการพัฒนาประชาธิปไตยให้กับชุมชน โดยใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วมและการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนขององค์กรปกครองท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 380 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ความถี่   ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคิดเห็นต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วม ความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชน โดยรวมอยู่ในระดับมาก
  2. การบริหารแบบมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และความเข้มแข็งของชุมชน มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  3. 3. แนวทางการพัฒนาประชาธิปไตยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย การสร้างความมีส่วนร่วมใน 5 ระดับ ได้แก่ การมีส่วนร่วมในระดับให้ข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมในระดับการปรึกษาหารือ การมีส่วนร่วมในระดับให้เข้ามามีบทบาท การมีส่วนร่วมในระดับสร้างความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมในระดับเสริมอำนาจประชาชน

คำสำคัญ: การบริหารแบบมีส่วนร่วม ความเข้มแข็งของชุมชน การพัฒนาประชาธิปไตย


Abstract

The objectives of this research were to; 1) study the opinion level of administrators of local administrative organizations in the Northeastern region on participatory administration, community strength, and democracy development, 2) examine the relationship between participatory administration and community strength and democracy development based on the opinions of administrators of local administrative organizations in the Northeastern region, and 3) find out guidelines for democracy development in communities using participatory administration and enhancement of community strength of local administrative organizations in the Northeastern region. The quantitative research methodology was applied in this study.      The samples were 380 administrators of local administrative organizations in the Northeastern region, selected by using the stratified random sampling method. The research tool used for data collection was a five-level rating scale questionnaire with reliability at .98. The data were analyzed by using frequency, percentage, mean, standard deviation, and Pearson’s product moment correlation coefficient.

It was found from  the  research that :

  1. The overall opinions of the administrators of local administrative organizations on participatory administration, community strength, and democracy development were at a high level.
  2. The participatory administration of local administrative organizations and community strength correlated with democracy development in communities of local administrative organizations with statistical significance at the .01 level.

 

  1. The guidelines for democracy development of local administrative organizations consisted of the establishment of participation at 5 levels as follows: participation in giving information, in consultation, in taking roles, in cooperation creation, and in people empowerment.

Keywords:  participatory administration, community strength, democracy development

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ในบริบทการนำการเปลี่ยนแปลง
รักเกียรติ หงษ์ทอง และธนพงษ์ อุดมทรัพย์

บทคัดย่อ

          ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ มีความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์การให้ประสบความสำเร็จภายใต้แรงผลักดันของกระแสโลกาภิวัตน์  ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์เป็นแนวทางหนึ่งที่เชื่อมโยงองค์การต่าง ๆ ในโลกยุคการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันองค์การทั้งภายในประเทศและต่างประเทศต่างมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมกันอย่างแพร่หลาย ผู้นำยุคใหม่ต้องสามารถเปลี่ยนแปลงและปรับตัวไปในทิศทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต โดยผู้นำเชิงวิสัยทัศน์จะมีบทบาทสำคัญในการนำการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยต้องมองเห็นปัญหาขององค์การและพร้อมที่จะปรับตัว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยการสร้างความร่วมมือคนในองค์การ การมอบอำนาจให้กับบุคคลที่ทำหน้าที่การเปลี่ยนแปลงรวมถึงมีการตรวจสอบความก้าวหน้าของการเปลี่ยนแปลงและการสร้างวัฒนธรรมเชิงบวกที่สะท้อนถึงทัศนคติของบุคลากรในองค์การ   

คำสำคัญ:  ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ การนำการเปลี่ยนแปลง


Abstract

                    Visionary leadership plays role as a key driver to organization achievement under the momentum of globalization. It is a tool for connecting organizations in the clanging world. Nowadays, both domestic and aboard organizations focus on the development of technology and innovation; therefore, new generation leaders have to change and adapt themselves to suit current situations.  As the key player of leading changes, the leaders are required to master in what their organizations get trouble, cooperate with the others to achieve goal, empower the people engaging in the changes, monitor changes, and encourage corporate culture raising employee attitude awareness.

Keywords:  visionary leadership, leading change

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ภาวะสมองไหลของประเทศไทยกับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ดวงพร อุไรวรรณ

บทคัดย่อ

การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกในอาเซียนเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจร่วมกัน การสร้างเขตการค้าเสรีและเขตการลงทุนในอาเซียน การเพิ่มอำนาจการเจรจาต่อรองทางด้านการค้า การส่งออกและการนำเข้าของสินค้า การส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้า บริการและแรงงานมีฝีมือระหว่างประเทศสมาชิกอย่างเสรี เพื่อนำไปสู่ความแข็งแกร่งของภูมิภาคในการแข่งขันและการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่ประเทศสมาชิก และในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2558 ที่ผ่านมานั้น ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกันในการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีใน 7 วิชาชีพ ได้แก่ วิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ นักบัญชีและ 1 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ การโรงแรมและการท่องเที่ยว จึงเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเดินทางไปทำงานระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างมีอิสระและง่ายขึ้น จะก่อให้เกิดปัญหาการเคลื่อนย้ายของแรงงานมีฝีมือจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งภายใต้แรงจูงใจต่างๆ เช่นค่าตอบแทน สวัสดิการ ความมั่นคงและความกาวหน้าในอาชีพ เป็นต้น ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะสมองไหลหรือการไหลออกของประชากรที่เป็นแรงงานมีฝีมือโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางด้านวิชาชีพนั่นเอง

คำสำคัญ: ภาวะสมองไหล   การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี   ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


Abstract

The ASEAN Economic Community is an economic integration between Southeast Asian countries to enhance economic benefits altogether and also to create ASEAN Free Trade Area and the ASEAN Investment Area. Moreover, the ASEAN Economic Community  offers an increase the bargaining power in trade, export and import and also to promote the free movement of goods, services, capitals and skilled workers. The ASEAN Economic Community principle helps to strengthen the region's competitiveness and also creates a better living for people in member countries. In 2015, ASEAN member countries have conducted mutually agreement on the free movement of skilled labor in seven fields, including engineering, architecture, surveying nurses, doctors, dentists, accountants and one occupational, including hotel and tourism. However, the free movement of skilled labor has caused a trouble moving of skilled workers from one country to other countries where have more various incentives such as compensation, welfare, career stability and progression, especially technical personnel.

Keyword: human capital flight, free flow of skilled labor, ASEAN Economic Community

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอกสารจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยกับการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
บุหลัน กุลวิจิตร

บทคัดย่อ

เอกสารจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยเป็นเอกสารที่เกิดจากการดำเนินงานและกิจกรรมเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์  สื่อไม่ตีพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีคุณค่าทางการบริหารการจัดการ เพื่อให้บุคคลภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติ  และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย  ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ข้อมูลต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในวงกว้างขึ้น จึงต้องมีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ของหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยโดยใช้รูปแบบและสื่อต่างๆ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นการให้ความรู้  การถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น  และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัย

คำสำคัญเอกสารจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย  การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์


Abstract

            University archival records are documents generated from operations and activities of university. They can be printed media, non-print media and electronic media which are valuable for the management. People will know the history and the development of the university from these archives. For enhancing people to learn more about the university, dissemination and public relation of university archives should be used in various forms and medias. Finally knowledge, culture and arts, and image of university will be widely known by people.

Keyword: university archives, dissemination and public relations

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ความสุขในการทำงาน : ความท้าทายของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในอุตสาหกรรมบริการ 
ถิตรัตน์ พิมพาภรณ์ และธีระวัฒน์ จันทึก

บทคัดย่อ

ความสุขในการทำงาน เป็นสิ่งที่มนุษย์มีความปรารถนาและพยายามแสวงหา  เพราะการทำงานเป็นกิจกรรมที่มนุษย์ใช้เวลาถึงหนึ่งในสามของชีวิต โดยความสุขในการทำงานส่งผลดีหลายประการทั้งต่อบุคลากรและองค์กร ซึ่งนับเป็นความท้าทายในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้นำเสนอแนวคิดความสุขในการทำงานและวิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสุขในการทำงาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัย ได้แก่ 1. ปัจจัยภายใน และ 2. ปัจจัยภายนอก และนำเสนอความท้าทายต่อการบริหารความสุขในองค์กรในอุตสาหกรรมบริการ รวมทั้งเสนอแนวทาง “A-B-CCC-D-E” ในการบริหารความสุขในองค์กรอุตสาหกรรมบริการ และได้มีการอภิปราย สรุปผล รวมทั้งเสนอแนะการวิจัยในอนาคต

 คำสำคัญ: ความสุขในการทำงาน การจัดการทรัพยากรมนุษย์ อุตสาหกรรมบริการ


Abstract

Work happiness is desired and tried by humans to seek because working is the human activity that occupies one-third of the time in their lives. The benefits from work happiness affect to themselves and organizations. Work happiness is a challenge for human resource management within organizations. This article presents work happiness concepts and analyzes the factors that contribute to work happiness. There are two factors: internal and external factors. This article also presents challenges for human resource management within the hospitality industry and proposes the "A-B-CCC-D-E" approach in happiness management within hospitality organizations. Finally, the implications of the findings and suggestions for future research are presented.

Keywords: work happiness, human resource management, hospitality industry

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

泰国方言对汉语语音影响—以碧武里皇家大学汉语学习者为例
ธนัชพร นามวัฒน์ และคณะ

บทคัดย่อ

     本章采用定性和定量结合的研究方法,通过对碧武里皇家大学学生的问卷调查,语音测试和教师访谈调查的分析,找出汉语语音教学中所存在的问题,并针对相关问题,进一步提出当地语音教学的建议与策略。通过研究发现,使用泰国方言的学生比使用泰国普通话的学生,在汉语发音上存在更多问题,特别是元音的发音上。本章还对其所表现出的问题,提出了改进泰国汉语语音教学的方法和建议,希望能增强汉语教学的实践性。

关键词:方言;语音;汉语语音


Abstract

The objective of this research article was to examine the effect of Thai dialect on Chinese pronunciation in teaching the students of Phetchaburi Rajabhat University. Mix methods research design – qualitative and quantitative research – was implemented to collect data from students who were currently taking Basic Chinese courses. These findings showed that the majority of students who spoke dialect more than central Thai language on a daily basis having problems with Chinese pronunciation, particularly vowel pronunciation. This research aimed to provide guideline for proper Chinese pronunciation teaching and teaching techniques in order to improve Chinese pronunciation capabilities of the students.

Keywords:  Dialect, Pronunciation,  Chinesepronunciation

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Leave a Reply